นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับระบบ Pharma Assistant
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ผู้ใช้บริการ ลูกค้าร้านขายยา ผู้ป่วย และบุคคลที่เกี่ยวข้องทราบว่า ระบบ Pharma Assistant มีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย จัดเก็บ และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร
Pharma Assistant เป็นระบบผู้ช่วยเภสัชกรด้วยเทคโนโลยี AI สำหรับช่วยในการให้คำปรึกษาเบื้องต้น รวบรวมข้อมูลอาการ วิเคราะห์ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ แนะนำคำถามเพิ่มเติม ตรวจสอบข้อมูลยาเบื้องต้น จัดทำบันทึกการให้คำปรึกษา และสนับสนุนการทำงานของร้านขายยา
ระบบนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อวินิจฉัยโรค รักษาโรค หรือสั่งจ่ายยาแทนแพทย์ เภสัชกร หรือผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ
1. คำนิยาม
- “ผู้ให้บริการ” หมายถึง [ชื่อบริษัท] ซึ่งเป็นผู้พัฒนา ดูแล และให้บริการระบบ Pharma Assistant
- “ผู้ใช้บริการ” หมายถึง ร้านขายยา เจ้าของกิจการ เภสัชกร พนักงาน ผู้ช่วยเภสัชกร หรือบุคคลที่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าใช้งานระบบ
- “ลูกค้าหรือผู้ป่วย” หมายถึง บุคคลที่รับบริการจากร้านขายยาหรือผู้ใช้บริการ และมีข้อมูลถูกบันทึกหรือประมวลผลผ่านระบบ Pharma Assistant
- “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใด ๆ ที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
- “ข้อมูลสุขภาพ” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วย โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา ยาที่ใช้อยู่ การตั้งครรภ์ น้ำหนัก อายุ เพศ อาการสำคัญ ประวัติการรักษา หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของลูกค้าหรือผู้ป่วย
- “ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลที่กฎหมายให้ความคุ้มครองเป็นพิเศษ เช่น ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลชีวภาพ ความพิการ หรือข้อมูลอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
- “การประมวลผลข้อมูล” หมายถึง การเก็บรวบรวม ใช้ วิเคราะห์ จัดเก็บ เปิดเผย ลบ ทำลาย หรือดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล
2. บทบาทของผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ
สำหรับข้อมูลบัญชีผู้ใช้ ข้อมูลร้านขายยา ข้อมูลการสมัครสมาชิก การชำระเงิน และการใช้งานระบบ ผู้ให้บริการอาจทำหน้าที่เป็น ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากเป็นผู้กำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการประมวลผลข้อมูลดังกล่าว
สำหรับข้อมูลสุขภาพของลูกค้าหรือผู้ป่วยที่ร้านขายยาบันทึกเข้าสู่ระบบ ผู้ใช้บริการหรือร้านขายยาอาจทำหน้าที่เป็น ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และผู้ให้บริการอาจทำหน้าที่เป็น ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่ประมวลผลข้อมูลตามคำสั่งของผู้ใช้บริการ
ผู้ใช้บริการมีหน้าที่แจ้งลูกค้าหรือผู้ป่วยให้ทราบ และขอความยินยอมตามที่กฎหมายกำหนดก่อนบันทึกข้อมูลสุขภาพเข้าสู่ระบบ
3. ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวม
ผู้ให้บริการอาจเก็บรวบรวมข้อมูลดังต่อไปนี้
3.1 ข้อมูลของผู้ใช้บริการและร้านขายยา
- ชื่อร้านขายยา
- ชื่อเจ้าของร้านหรือผู้ติดต่อ
- เลขที่ใบอนุญาตหรือข้อมูลเกี่ยวกับร้านขายยา หากจำเป็น
- ชื่อ นามสกุล อีเมล เบอร์โทรศัพท์ และตำแหน่งของผู้ใช้งาน
- ชื่อบัญชีผู้ใช้ รหัสผ่านที่ถูกเข้ารหัส และสิทธิ์การใช้งาน
- ข้อมูลแพ็กเกจ เช่น Free Trial, Standard, Pro, Pro Plus
- ข้อมูลรอบบิล วันที่เริ่มใช้งาน วันที่สิ้นสุด Free Trial การ Upgrade/Downgrade และค่าบริการแบบ Prorated
- ข้อมูลใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ สถานะการชำระเงิน และประวัติการทำรายการ
3.2 ข้อมูลของลูกค้าหรือผู้ป่วย
ข้อมูลที่ร้านขายยาอาจบันทึกเข้าสู่ระบบ เช่น
- ชื่อหรือรหัสอ้างอิงลูกค้า
- อายุ เพศ น้ำหนัก ส่วนสูง
- อาการสำคัญ
- ระยะเวลาที่มีอาการ
- โรคประจำตัว
- ประวัติแพ้ยา
- ยาที่ใช้อยู่
- ประวัติการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หากเกี่ยวข้อง
- ข้อมูลการให้คำปรึกษา
- บันทึก SOAP Note
- คำแนะนำของเภสัชกร
- ประวัติการจ่ายยา หรือข้อมูลประกอบการให้บริการ
ผู้ให้บริการแนะนำให้ผู้ใช้บริการบันทึกข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการบันทึกข้อมูลระบุตัวตนที่ไม่จำเป็น เช่น เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ละเอียด หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้คำปรึกษา
3.3 ข้อมูลการใช้งานระบบ
- วัน เวลา และระยะเวลาการเข้าใช้งาน
- IP Address
- ประเภทอุปกรณ์
- Browser
- ระบบปฏิบัติการ
- Log การใช้งาน
- ฟีเจอร์ที่ใช้งาน
- จำนวนเคส จำนวนข้อความ หรือปริมาณการใช้งานตามแพ็กเกจ
- ข้อผิดพลาดของระบบ
- ข้อมูลเพื่อความปลอดภัยและการตรวจสอบย้อนหลัง
3.4 ข้อมูลจากการติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
- ชื่อและช่องทางติดต่อ
- รายละเอียดปัญหา
- ข้อความ รูปภาพ หรือไฟล์ที่ผู้ใช้บริการส่งให้ฝ่ายสนับสนุน
- ประวัติการติดต่อ
- ข้อเสนอแนะหรือคำร้องเรียน
4. วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูล
ผู้ให้บริการอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
4.1 เพื่อให้บริการระบบ Pharma Assistant
- สร้างและจัดการบัญชีผู้ใช้
- เปิดใช้งานระบบตามแพ็กเกจ
- ให้บริการฟีเจอร์ AI Consultation
- ช่วยรวบรวมและจัดระเบียบข้อมูลการให้คำปรึกษา
- สร้างบันทึก SOAP Note หรือรายงานที่เกี่ยวข้อง
- ช่วยตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น เช่น ประวัติแพ้ยา ข้อควรระวัง หรือข้อมูลประกอบการใช้ยา
- บันทึกประวัติการใช้งานเพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
4.2 เพื่อการวิเคราะห์และประมวลผลด้วย AI
ระบบอาจใช้ AI เพื่อประมวลผลข้อความหรือข้อมูลที่ผู้ใช้บริการป้อนเข้าสู่ระบบ เช่น อาการ ประวัติยา คำถามของลูกค้า หรือข้อมูลประกอบการให้คำปรึกษา
ผลลัพธ์จาก AI มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของเภสัชกรเท่านั้น ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์ และไม่ใช่คำสั่งจ่ายยาที่มีผลผูกพัน
ผู้ใช้บริการต้องตรวจสอบผลลัพธ์จาก AI ก่อนนำไปใช้จริงทุกครั้ง
4.3 เพื่อการคิดค่าบริการและจัดการแพ็กเกจ
- ตรวจสอบสถานะ Trial
- จัดการแพ็กเกจ Standard, Pro, Pro Plus หรือแพ็กเกจอื่น
- คำนวณค่าบริการรายเดือน
- คำนวณค่าบริการแบบ Prorated เมื่อเริ่มใช้งานหลังครบช่วงใช้ฟรี หรือเมื่อมีการ Upgrade/Downgrade ระหว่างรอบบิล
- ออกใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ หรือเอกสารทางบัญชี
- ตรวจสอบสถานะการชำระเงิน
- แจ้งเตือนก่อนหมดช่วงทดลองใช้งานหรือก่อนถึงกำหนดชำระเงิน
4.4 เพื่อดูแลความปลอดภัยของระบบ
- ตรวจสอบการเข้าสู่ระบบ
- ป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ
- ป้องกันการโจมตีระบบ การเจาะระบบ หรือการใช้งานที่ผิดเงื่อนไข
- สำรองข้อมูล
- ตรวจสอบประวัติการใช้งานในกรณีเกิดปัญหา
4.5 เพื่อปรับปรุงบริการ
- วิเคราะห์ปัญหาการใช้งาน
- ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ
- พัฒนาฟีเจอร์ใหม่
- ปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้
- วิเคราะห์ข้อมูลแบบไม่ระบุตัวตนหรือข้อมูลเชิงสถิติ
หากผู้ให้บริการต้องการใช้ข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้เพื่อการฝึกสอน AI หรือพัฒนาโมเดลเพิ่มเติมนอกเหนือจากการให้บริการตามปกติ ผู้ให้บริการจะดำเนินการตามกฎหมาย และขอความยินยอมเพิ่มเติมหากจำเป็น
5. ฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูล
ผู้ให้บริการอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้
- ฐานสัญญา เพื่อให้บริการตามที่ผู้ใช้บริการสมัครใช้งาน เช่น การสร้างบัญชี การเปิดใช้แพ็กเกจ การคิดค่าบริการ และการให้บริการระบบ
- ฐานความยินยอม โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว
- ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น การจัดทำเอกสารบัญชี ภาษี หรือการปฏิบัติตามคำสั่งของหน่วยงานรัฐ
- ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น การรักษาความปลอดภัยของระบบ การป้องกันการฉ้อโกง การตรวจสอบการใช้งาน และการปรับปรุงบริการ โดยไม่กระทบสิทธิของเจ้าของข้อมูลเกินสมควร
- ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ ในกรณีจำเป็นและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
6. การเปิดเผยข้อมูลต่อบุคคลภายนอก
ผู้ให้บริการจะไม่ขายข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้บริการ ลูกค้า หรือผู้ป่วยให้แก่บุคคลภายนอก
อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการอาจเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานดังต่อไปนี้
- ผู้ให้บริการ Cloud Infrastructure
- ผู้ให้บริการ AI Model หรือ AI API
- ผู้ให้บริการระบบชำระเงิน
- ผู้ให้บริการ Email, SMS หรือ Notification
- ผู้ให้บริการระบบวิเคราะห์การใช้งาน
- ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์
- ที่ปรึกษาทางกฎหมาย บัญชี หรือภาษี
- หน่วยงานรัฐ ศาล หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย
- บุคคลอื่นที่จำเป็นต่อการให้บริการ โดยอยู่ภายใต้ข้อตกลงด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ให้บริการจะกำหนดให้ผู้ให้บริการภายนอกประมวลผลข้อมูลเท่าที่จำเป็น และมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม
7. การส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศ
ในบางกรณี ข้อมูลอาจถูกจัดเก็บหรือประมวลผลบนระบบ Cloud, AI Model, Server หรือผู้ให้บริการที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทย
หากมีการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ผู้ให้บริการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด และจะใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูล เช่น สัญญาคุ้มครองข้อมูล มาตรการรักษาความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นที่กฎหมายอนุญาต
8. การเก็บรักษาข้อมูล
ผู้ให้บริการจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายนี้ หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ตัวอย่างระยะเวลาการจัดเก็บอาจเป็นดังนี้
| ประเภทข้อมูล | ระยะเวลาจัดเก็บโดยประมาณ |
|---|---|
| ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ | ตลอดระยะเวลาที่บัญชียังเปิดใช้งาน |
| ข้อมูลร้านขายยาและแพ็กเกจ | ตลอดระยะเวลาการใช้บริการ และหลังยกเลิกตามความจำเป็นทางกฎหมาย |
| ข้อมูลการชำระเงิน ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ | ตามระยะเวลาที่กฎหมายบัญชีและภาษีกำหนด |
| ข้อมูลสุขภาพและบันทึกการให้คำปรึกษา | ตามระยะเวลาที่ผู้ใช้บริการกำหนด หรือตามข้อตกลงการให้บริการ |
| Log การใช้งานและ Security Log | ตามความจำเป็นด้านความปลอดภัย การตรวจสอบ และการป้องกันข้อพิพาท |
| ข้อมูล Support Ticket | ตามระยะเวลาที่จำเป็นในการให้บริการและตรวจสอบย้อนหลัง |
เมื่อพ้นระยะเวลาที่จำเป็น ผู้ให้บริการจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เว้นแต่จำเป็นต้องเก็บต่อเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย การใช้สิทธิเรียกร้อง หรือการป้องกันข้อพิพาท
9. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
ผู้ให้บริการจะใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
มาตรการดังกล่าวอาจรวมถึง
- การเข้ารหัสข้อมูลระหว่างรับส่งข้อมูล
- การเข้ารหัสข้อมูลสำคัญขณะจัดเก็บ
- การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงตามบทบาท
- การใช้รหัสผ่านที่ปลอดภัย
- การบันทึก Log การใช้งาน
- การสำรองข้อมูล
- การตรวจสอบช่องโหว่
- การจำกัดการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพเฉพาะผู้ที่จำเป็น
- การแยกสิทธิ์ระหว่างเจ้าของร้าน เภสัชกร และพนักงาน
- การจัดให้มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้ อุปกรณ์ รหัสผ่าน และสิทธิ์การเข้าถึงของตนเองด้วย
10. การใช้ Cookies และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน
ระบบอาจใช้ Cookies หรือเทคโนโลยีที่คล้ายกันเพื่อ
- ให้ผู้ใช้บริการเข้าสู่ระบบได้อย่างปลอดภัย
- จดจำการตั้งค่าบางอย่าง
- วิเคราะห์การใช้งานระบบ
- ปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้
- ตรวจสอบความปลอดภัย
- ป้องกันการใช้งานที่ผิดปกติ
ผู้ใช้บริการสามารถตั้งค่า Browser เพื่อปฏิเสธ Cookies ได้ แต่อาจทำให้บางฟีเจอร์ของระบบทำงานได้ไม่สมบูรณ์
11. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจรวมถึง
- สิทธิในการถอนความยินยอม
- สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิในการขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
- สิทธิในการขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสมบูรณ์
- สิทธิในการขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
- สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูล
- สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูล
- สิทธิในการขอรับหรือโอนย้ายข้อมูล
- สิทธิในการร้องเรียนต่อหน่วยงานที่มีอำนาจ
การใช้สิทธิบางประการอาจมีข้อจำกัดตามกฎหมาย สัญญา หรือเหตุจำเป็นอื่น เช่น การเก็บข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายบัญชี ภาษี การตรวจสอบ หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
12. การถอนความยินยอมสำหรับข้อมูลสุขภาพ
ลูกค้าหรือผู้ป่วยสามารถถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลสุขภาพได้ตามช่องทางที่ร้านขายยาหรือผู้ให้บริการกำหนด
การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อการประมวลผลข้อมูลที่ได้ดำเนินการไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนการถอนความยินยอม
อย่างไรก็ตาม การถอนความยินยอมอาจทำให้ร้านขายยาหรือผู้ใช้บริการไม่สามารถให้บริการบางอย่างได้อย่างครบถ้วน เช่น การดูประวัติการให้คำปรึกษา การตรวจสอบประวัติแพ้ยา หรือการติดตามอาการย้อนหลัง
13. ข้อมูลของเด็ก ผู้สูงอายุ หรือบุคคลที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
หากมีการบันทึกข้อมูลของเด็ก ผู้เยาว์ ผู้สูงอายุ ผู้ไร้ความสามารถ หรือบุคคลที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ผู้ใช้บริการต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย และต้องได้รับความยินยอมจากผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ผู้ปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ หากจำเป็น
ผู้ใช้บริการควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการบันทึกและประมวลผลข้อมูลของบุคคลกลุ่มดังกล่าว
14. การใช้ข้อมูลแบบไม่ระบุตัวตน
ผู้ให้บริการอาจนำข้อมูลที่ถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้แล้วไปใช้เพื่อ
- วิเคราะห์แนวโน้มการใช้งาน
- ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ
- พัฒนาฟีเจอร์ใหม่
- วิเคราะห์สถิติการใช้งาน
- พัฒนาคุณภาพของบริการ
ข้อมูลที่ถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้แล้วจะไม่ถูกใช้เพื่อระบุตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งกลับคืน
15. การแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
หากเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลรั่วไหล ถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต สูญหาย หรือถูกทำลายโดยไม่ชอบ ผู้ให้บริการจะดำเนินการตรวจสอบ ควบคุมความเสียหาย และแจ้งผู้ใช้บริการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด
หากเหตุละเมิดดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล ผู้ให้บริการจะดำเนินการแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบตามความเหมาะสมและตามข้อกำหนดของกฎหมาย
16. หน้าที่ของผู้ใช้บริการ
ผู้ใช้บริการตกลงที่จะ
- เก็บรวบรวมและบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น
- ขอความยินยอมจากลูกค้าหรือผู้ป่วยก่อนบันทึกข้อมูลสุขภาพเข้าสู่ระบบ
- แจ้งลูกค้าหรือผู้ป่วยให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูล
- ไม่บันทึกข้อมูลที่ไม่จำเป็นหรือเกินวัตถุประสงค์
- จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลเฉพาะบุคลากรที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนนำไปใช้
- ไม่เปิดเผยข้อมูลลูกค้าหรือผู้ป่วยแก่บุคคลที่ไม่มีสิทธิ
- แจ้งผู้ให้บริการทันทีหากพบเหตุผิดปกติด้านความปลอดภัย
- ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับร้านขายยา
17. การเชื่อมต่อกับระบบภายนอก
ในอนาคต ระบบอาจเชื่อมต่อกับระบบอื่น เช่น POS, ระบบคลังยา, ระบบสมาชิก, ระบบชำระเงิน, ระบบโรงพยาบาล, ระบบ HIS, ระบบ Telepharmacy หรือระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง
หากมีการเชื่อมต่อกับระบบภายนอก ผู้ให้บริการจะแจ้งรายละเอียดที่จำเป็นเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูล วัตถุประสงค์ ประเภทข้อมูล และมาตรการคุ้มครองข้อมูลตามความเหมาะสม
18. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว
ผู้ให้บริการอาจปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบ บริการ กฎหมาย หรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
หากมีการเปลี่ยนแปลงที่มีสาระสำคัญ ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบผ่านระบบ เว็บไซต์ อีเมล หรือช่องทางอื่นที่เหมาะสม
การใช้งานระบบต่อไปหลังจากนโยบายฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ ถือว่าผู้ใช้บริการรับทราบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว
19. ช่องทางติดต่อ
หากมีคำถาม ข้อร้องเรียน หรือประสงค์จะใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อได้ที่