ข้อกำหนดการใช้งาน
Pharma Assistant (PAI) เป็น เครื่องมือช่วยตัดสินใจ (decision-support) สำหรับเภสัชกร ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ และไม่ใช่การวินิจฉัยหรือสั่งการรักษา การตัดสินใจสุดท้ายเป็นของเภสัชกร/แพทย์ผู้ได้รับอนุญาต
ระบบใช้โมเดล MedGemma ภายใต้เงื่อนไข Google Health AI Developer Foundations (HAI-DEF) การใช้งานต้องปฏิบัติตามข้อจำกัดการใช้และ Prohibited Use Policy ของ Google สำหรับทุกระดับโมเดล
ฉบับเต็มแสดงภายในแอปพลิเคชันหลังเข้าสู่ระบบ — เปิดแอป
Terms of Use
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ Pharma Assistant
ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ใช้บังคับกับการใช้บริการระบบ Pharma Assistant ซึ่งเป็นระบบผู้ช่วยเภสัชกรด้วยเทคโนโลยี AI สำหรับช่วยรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์เบื้องต้น เสนอแนวทางคำถาม แนะนำข้อมูลยา ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น และช่วยจัดทำบันทึกการให้คำปรึกษา เช่น SOAP Note หรือข้อมูลประกอบการให้บริการในร้านขายยา
การสมัครสมาชิก เข้าใช้งาน หรือใช้บริการ Pharma Assistant ถือว่าผู้ใช้บริการได้อ่าน เข้าใจ และยอมรับข้อกำหนดฉบับนี้แล้ว
1. คำนิยาม
- “ระบบ” หมายถึง Pharma Assistant รวมถึงเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน API ระบบ AI ฐานข้อมูล โมดูลวิเคราะห์ และบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง
- “ผู้ให้บริการ” หมายถึง [ชื่อบริษัท] ผู้พัฒนา จัดจำหน่าย ดูแล และให้บริการระบบ Pharma Assistant
- “ผู้ใช้บริการ” หมายถึง ร้านขายยา เจ้าของกิจการ เภสัชกร ผู้ช่วยเภสัชกร พนักงาน หรือบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้เข้าใช้งานระบบ
- “ลูกค้าหรือผู้ป่วย” หมายถึง บุคคลที่เข้ามาปรึกษาอาการ สอบถามข้อมูลยา หรือรับบริการจากร้านขายยาที่ใช้ระบบ Pharma Assistant
- “ข้อมูลสุขภาพ” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับอาการ โรค ยาที่ใช้ ประวัติแพ้ยา การตั้งครรภ์ อายุ น้ำหนัก โรคประจำตัว หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของลูกค้าหรือผู้ป่วย
- “แพ็กเกจ” หมายถึง แผนการใช้งานระบบที่ผู้ให้บริการกำหนด เช่น Trial, Standard, Pro และ Pro Plus
- “Prorated Fee” หมายถึง การคิดค่าบริการตามสัดส่วนจำนวนวันที่ใช้งานจริงภายในรอบบิลนั้น
2. ลักษณะของบริการ
Pharma Assistant เป็นระบบสนับสนุนการทำงานของเภสัชกร ไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่เภสัชกรอัตโนมัติ และไม่ใช่ระบบวินิจฉัยโรคหรือสั่งจ่ายยาแทนผู้ประกอบวิชาชีพ
ผลลัพธ์จากระบบเป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ผู้ใช้บริการต้องใช้ดุลยพินิจทางวิชาชีพ ตรวจสอบความถูกต้อง และตัดสินใจขั้นสุดท้ายด้วยตนเองทุกครั้ง โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับยา โรคประจำตัว เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้มีประวัติแพ้ยา หรืออาการที่อาจเป็นภาวะฉุกเฉิน
ผู้ใช้บริการรับทราบว่า AI อาจให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน คลาดเคลื่อน ล้าสมัย หรือไม่เหมาะสมกับบริบทของผู้ป่วยบางรายได้
3. เงื่อนไขการสมัครและบัญชีผู้ใช้
- ผู้ใช้บริการต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบันในการสมัครใช้งาน
- ผู้ใช้บริการมีหน้าที่รักษาความลับของชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และสิทธิ์การเข้าถึงระบบ หากมีการใช้งานผ่านบัญชีของผู้ใช้บริการ จะถือว่าเป็นการใช้งานโดยผู้ใช้บริการ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าเกิดจากความผิดพลาดของระบบหรือเหตุอันอยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ใช้บริการ
- ผู้ใช้บริการต้องไม่โอน ขาย ให้เช่า หรือให้บุคคลภายนอกใช้บัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ให้บริการ
4. ช่วงทดลองใช้งานฟรี
- ผู้ให้บริการอาจจัดให้มีช่วงทดลองใช้งานฟรี เช่น Trial 0 บาท เป็นระยะเวลา 12 เดือน หรือตามระยะเวลาที่ผู้ให้บริการประกาศในขณะสมัคร
- ในช่วงทดลองใช้งานฟรี ผู้ใช้บริการสามารถใช้งานระบบได้ตามข้อจำกัดของแพ็กเกจ Free Trial ที่ผู้ให้บริการกำหนด เช่น จำนวนผู้ใช้งาน จำนวนเคส จำนวนข้อความ ฟีเจอร์ที่เปิดให้ใช้ หรือข้อจำกัดด้านการจัดเก็บข้อมูล
- เมื่อครบระยะเวลาทดลองใช้งานฟรี ผู้ใช้บริการต้องเลือกแพ็กเกจแบบชำระเงินเพื่อใช้งานต่อ หากผู้ใช้บริการไม่เลือกแพ็กเกจแบบชำระเงิน ผู้ให้บริการมีสิทธิ์จำกัด ระงับ หรือเปลี่ยนสถานะบัญชีเป็นโหมดอ่านอย่างเดียว ตามนโยบายที่ผู้ให้บริการกำหนด
- ผู้ให้บริการจะไม่เรียกเก็บค่าบริการหลังหมดช่วงทดลองใช้งานฟรี เว้นแต่ผู้ใช้บริการได้เลือกแพ็กเกจแบบชำระเงิน ยืนยันการสมัคร หรือให้ข้อมูลการชำระเงินและยอมรับเงื่อนไขการเรียกเก็บเงินแล้ว
5. แพ็กเกจและค่าบริการ
แพ็กเกจของระบบอาจประกอบด้วยตัวอย่างดังต่อไปนี้
| แพ็กเกจ | ค่าบริการ | รายละเอียดโดยสรุป |
|---|---|---|
| Trial | 0 บาท / 12 เดือน | ทดลองใช้งานตามข้อจำกัดที่กำหนด |
| Standard | 400 บาท / เดือน | ฟีเจอร์พื้นฐานสำหรับร้านขายยา |
| Pro | 500 บาท / เดือน | ฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น AI Consultation, SOAP |
| Pro Plus | 500 บาท / เดือน | ฟีเจอร์ขั้นสูงพร้อมการตั้งค่าหรือ Implement เพิ่มเติม |
ราคาดังกล่าวอาจยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน ค่าบริการเสริม ค่าติดตั้ง ค่าปรับแต่งระบบ หรือค่าบริการเพิ่มเติมอื่น เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
ผู้ให้บริการมีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงราคา แพ็กเกจ ฟีเจอร์ หรือข้อจำกัดการใช้งาน โดยจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าตามช่องทางที่เหมาะสม
6. การคิดค่าบริการแบบ Prorated หลังครบช่วงใช้ฟรี
เมื่อครบช่วงทดลองใช้งานฟรีและผู้ใช้บริการเลือกแพ็กเกจแบบชำระเงิน ระบบจะเริ่มคิดค่าบริการตั้งแต่วันที่แพ็กเกจแบบชำระเงินมีผล
หากวันเริ่มแพ็กเกจแบบชำระเงินไม่ตรงกับวันเริ่มรอบบิลปกติ ผู้ให้บริการจะคิดค่าบริการแบบ Prorated ตามจำนวนวันที่ใช้งานจริงในรอบบิลนั้น
สูตรการคำนวณโดยทั่วไปคือ
ค่าบริการตามสัดส่วน = ราคาแพ็กเกจรายเดือน × จำนวนวันที่ใช้งานจริงในรอบบิล ÷ จำนวนวันทั้งหมดในรอบบิล
ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้บริการเลือกแพ็กเกจ Pro ราคา 500 บาทต่อเดือน และเริ่มใช้งานแบบชำระเงินในวันที่ 20 ของรอบบิลที่มี 30 วัน โดยมีจำนวนวันที่ใช้งานจริง 11 วัน ค่าบริการรอบแรกจะคำนวณเป็น
500 × 11 ÷ 30 = 183.33 บาท
ผู้ให้บริการอาจปัดเศษยอดชำระตามหลักการทางบัญชี หรือแสดงยอดสุดท้ายในใบแจ้งหนี้ก่อนเรียกเก็บเงิน
7. การ Upgrade แพ็กเกจระหว่างรอบบิล
ผู้ใช้บริการสามารถ Upgrade จากแพ็กเกจเดิมไปยังแพ็กเกจที่สูงกว่าได้ตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด
เมื่อ Upgrade สำเร็จ ผู้ใช้บริการจะได้รับสิทธิ์ใช้งานฟีเจอร์ของแพ็กเกจใหม่ทันที หรือภายในระยะเวลาที่ระบบกำหนด
ค่าบริการส่วนต่างจากการ Upgrade จะคิดแบบ Prorated ตามจำนวนวันที่เหลือในรอบบิล
สูตรการคำนวณคือ
ค่าบริการส่วนต่าง = (ราคาแพ็กเกจใหม่ - ราคาแพ็กเกจเดิม) × จำนวนวันที่เหลือในรอบบิล ÷ จำนวนวันทั้งหมดในรอบบิล
ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้บริการอยู่แพ็กเกจ Standard ราคา 400 บาทต่อเดือน และ Upgrade เป็น Pro ราคา 500 บาทต่อเดือน โดยเหลือเวลาในรอบบิล 15 วัน จากทั้งหมด 30 วัน ค่าบริการส่วนต่างคือ
(500 - 400) × 15 ÷ 30 = 50 บาท
ค่าบริการส่วนต่างอาจถูกเรียกเก็บทันที หรือรวมในใบแจ้งหนี้รอบถัดไป ตามนโยบายการชำระเงินของผู้ให้บริการ
8. การ Downgrade แพ็กเกจระหว่างรอบบิล
ผู้ใช้บริการสามารถ Downgrade ไปยังแพ็กเกจที่ต่ำกว่าได้ตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด
โดยทั่วไป การ Downgrade จะมีผลในรอบบิลถัดไป เพื่อป้องกันผลกระทบต่อข้อมูล ฟีเจอร์ และสิทธิ์การใช้งานที่เปิดใช้อยู่แล้วในรอบบิลปัจจุบัน
หากผู้ให้บริการอนุญาตให้ Downgrade มีผลทันที ส่วนต่างของค่าบริการที่เหลือในรอบบิลอาจถูกบันทึกเป็นเครดิตในบัญชีผู้ใช้บริการ เพื่อนำไปหักกับค่าบริการในรอบถัดไป ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะไม่คืนเงินสด เว้นแต่กฎหมายกำหนด หรือผู้ให้บริการพิจารณาเป็นกรณีไป
ผู้ใช้บริการรับทราบว่าการ Downgrade อาจทำให้ไม่สามารถเข้าถึงบางฟีเจอร์ ข้อมูล รายงาน การตั้งค่า หรือประวัติการใช้งานบางส่วนที่มีเฉพาะในแพ็กเกจเดิมได้
9. การยกเลิกบริการ
- ผู้ใช้บริการสามารถยกเลิกการสมัครสมาชิกได้ตามช่องทางที่ผู้ให้บริการกำหนด
- เมื่อยกเลิกบริการ ผู้ใช้บริการยังสามารถใช้งานได้จนถึงวันสิ้นสุดรอบบิลที่ชำระเงินแล้ว เว้นแต่ผู้ให้บริการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
- ค่าบริการที่ชำระแล้วไม่สามารถขอคืนได้ เว้นแต่เกิดจากความผิดพลาดของผู้ให้บริการ หรือมีข้อกำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- หลังยกเลิกบริการ ผู้ให้บริการอาจเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ด้านกฎหมาย บัญชี ภาษี การตรวจสอบ การป้องกันข้อพิพาท หรือการให้บริการหลังการขาย
10. การชำระเงินและการผิดนัดชำระ
- ผู้ใช้บริการต้องชำระค่าบริการตามจำนวน รอบเวลา และช่องทางที่ผู้ให้บริการกำหนด
- หากไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ หรือผู้ใช้บริการผิดนัดชำระเงิน ผู้ให้บริการอาจแจ้งเตือนและให้ระยะเวลาผ่อนผัน เช่น 7 วัน นับจากวันที่ครบกำหนดชำระ
- หากพ้นระยะเวลาผ่อนผันแล้วยังไม่มีการชำระเงิน ผู้ให้บริการมีสิทธิ์ระงับ จำกัด หรือยกเลิกการให้บริการทั้งหมดหรือบางส่วน โดยไม่ถือเป็นความผิดของผู้ให้บริการ
11. ความรับผิดชอบของผู้ใช้บริการด้านวิชาชีพ
- ผู้ใช้บริการต้องใช้ระบบภายใต้กฎหมาย มาตรฐานวิชาชีพ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการร้านขายยาและการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม
- ผู้ใช้บริการต้องไม่ใช้ผลลัพธ์จากระบบแทนการใช้ดุลยพินิจของเภสัชกร
- ในกรณีที่พบอาการรุนแรง อาการฉุกเฉิน อาการเข้าข่ายต้องพบแพทย์ หรือข้อมูลที่ไม่เพียงพอต่อการประเมิน ผู้ใช้บริการควรแนะนำให้ลูกค้าหรือผู้ป่วยไปพบแพทย์ หรือส่งต่อสถานพยาบาลที่เหมาะสม
- ตัวอย่างอาการที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ปวดท้องรุนแรง ไข้สูงต่อเนื่อง ซึม ชัก หมดสติ อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด แพ้ยารุนแรง ตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัวสำคัญ
12. ข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพ
- ผู้ใช้บริการรับทราบว่าการใช้งานระบบอาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพของลูกค้าหรือผู้ป่วย
- ผู้ใช้บริการต้องแจ้งลูกค้าหรือผู้ป่วยให้ทราบ และต้องได้รับความยินยอมตามที่กฎหมายกำหนดก่อนบันทึก ใช้ หรือส่งข้อมูลสุขภาพเข้าสู่ระบบ
- ผู้ใช้บริการต้องบันทึกเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการบันทึกข้อมูลที่ไม่จำเป็น เช่น เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ละเอียด หรือข้อมูลระบุตัวตนอื่น หากไม่มีเหตุจำเป็น
- ผู้ให้บริการจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตาม Privacy Policy และ Health Data Consent ของระบบ
- ผู้ใช้บริการรับทราบว่ากฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดให้การเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ และต้องจำกัดเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์นั้น
13. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
- ผู้ให้บริการจะจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เช่น การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง การเข้ารหัสข้อมูล การบันทึกประวัติการใช้งาน การสำรองข้อมูล และมาตรการอื่นตามความเหมาะสม
- อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ บัญชีผู้ใช้ รหัสผ่าน และการเข้าถึงระบบของตนเอง
- หากผู้ใช้บริการพบหรือสงสัยว่ามีการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องแจ้งผู้ให้บริการโดยเร็วที่สุด
14. ข้อห้ามในการใช้งาน
ผู้ใช้บริการตกลงว่าจะไม่ใช้ระบบเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- ใช้ระบบเพื่อวินิจฉัยโรคหรือสั่งจ่ายยาแทนแพทย์หรือเภสัชกร
- ใช้ระบบโดยไม่มีผู้ประกอบวิชาชีพหรือบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบผลลัพธ์
- ป้อนข้อมูลเท็จ บิดเบือน หรือทำให้ระบบประมวลผลผิดพลาด
- ใช้ระบบเพื่อกระทำผิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิผู้อื่น หรือฝ่าฝืนมาตรฐานวิชาชีพ
- พยายามเจาะระบบ คัดลอก ทำวิศวกรรมย้อนกลับ หรือเข้าถึงข้อมูลที่ไม่ได้รับอนุญาต
- นำผลลัพธ์จากระบบไปโฆษณาเกินจริง หรือทำให้เข้าใจว่าระบบสามารถรักษา วินิจฉัย หรือรับประกันผลการรักษาได้
- อัปโหลดข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลสุขภาพโดยไม่มีสิทธิหรือไม่มีความยินยอมที่ถูกต้อง
15. ความถูกต้องของข้อมูลและข้อจำกัดของ AI
- ผู้ให้บริการพยายามพัฒนาระบบให้มีความถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะสมต่อการใช้งาน แต่ไม่รับประกันว่าผลลัพธ์จากระบบจะถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา หรือเหมาะสมกับทุกกรณี
- ผู้ใช้บริการต้องตรวจสอบข้อมูลสำคัญจากแหล่งอ้างอิงทางวิชาชีพ เช่น เอกสารกำกับยา แนวทางเวชปฏิบัติ ฐานข้อมูลยา หรือแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ ก่อนนำไปใช้จริงกับลูกค้าหรือผู้ป่วย
- ผู้ให้บริการไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากการนำผลลัพธ์ของระบบไปใช้โดยไม่ตรวจสอบ หรือใช้แทนการตัดสินใจของผู้ประกอบวิชาชีพ
16. ทรัพย์สินทางปัญญา
- ระบบ Pharma Assistant รวมถึงซอฟต์แวร์ หน้าจอ ฐานข้อมูล โมเดล AI โค้ด อัลกอริทึม โลโก้ เครื่องหมายการค้า เอกสาร คู่มือ และเนื้อหาอื่นที่ผู้ให้บริการจัดทำขึ้น เป็นทรัพย์สินของผู้ให้บริการหรือผู้ให้สิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง
- ผู้ใช้บริการได้รับเพียงสิทธิ์ในการใช้งานระบบตามแพ็กเกจและระยะเวลาที่สมัคร ไม่ได้รับกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ในการคัดลอก แก้ไข จำหน่าย ให้เช่า แจกจ่าย หรือพัฒนาต่อยอดระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
17. ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการป้อนเข้าสู่ระบบ
- ข้อมูลที่ผู้ใช้บริการป้อนเข้าสู่ระบบยังคงเป็นข้อมูลของผู้ใช้บริการหรือเจ้าของข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
- ผู้ใช้บริการอนุญาตให้ผู้ให้บริการประมวลผล จัดเก็บ วิเคราะห์ และใช้ข้อมูลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บริการ ปรับปรุงระบบ แก้ไขปัญหา รักษาความปลอดภัย และปฏิบัติตามกฎหมาย
- หากผู้ให้บริการต้องการใช้ข้อมูลเพื่อการพัฒนาโมเดล วิเคราะห์เชิงสถิติ หรือวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการให้บริการโดยตรง ผู้ให้บริการจะดำเนินการตาม Privacy Policy และขอความยินยอมเพิ่มเติมหากกฎหมายกำหนด
18. การให้บริการโดยบุคคลที่สาม
- ระบบอาจใช้บริการจากบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการ Cloud, AI Model, Payment Gateway, Email, SMS, Analytics หรือระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง
- ผู้ให้บริการจะใช้ความพยายามตามสมควรในการคัดเลือกผู้ให้บริการที่มีมาตรการด้านความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ
- การประมวลผลข้อมูลโดยผู้ประมวลผลข้อมูลควรอยู่ภายใต้ข้อตกลงและคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูล รวมถึงต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม ซึ่งเป็นหลักที่สอดคล้องกับหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลตาม PDPA
19. การระงับหรือยกเลิกบัญชี
ผู้ให้บริการมีสิทธิ์ระงับ จำกัด หรือยกเลิกบัญชีของผู้ใช้บริการ หากพบว่าผู้ใช้บริการ
- ฝ่าฝืนข้อกำหนดฉบับนี้
- ใช้ระบบผิดวัตถุประสงค์
- ไม่ชำระค่าบริการ
- กระทำการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบ ผู้ให้บริการ ผู้ใช้รายอื่น หรือลูกค้าหรือผู้ป่วย
- กระทำการที่อาจผิดกฎหมายหรือขัดต่อมาตรฐานวิชาชีพ
20. การจำกัดความรับผิด
- ภายใต้ขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต ผู้ให้บริการจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายทางอ้อม ความเสียหายพิเศษ การสูญเสียกำไร การสูญเสียรายได้ การสูญเสียข้อมูล ความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือความเสียหายจากการนำผลลัพธ์ของระบบไปใช้โดยไม่ตรวจสอบ
- ความรับผิดรวมสูงสุดของผู้ให้บริการ ไม่ว่าจากสัญญา ละเมิด หรือเหตุอื่นใด จะไม่เกินจำนวนค่าบริการที่ผู้ใช้บริการชำระจริงให้แก่ผู้ให้บริการในช่วง 3 เดือนก่อนเกิดเหตุ เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
21. การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด
- ผู้ให้บริการมีสิทธิ์แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงข้อกำหนดฉบับนี้ตามความเหมาะสม
- หากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีสาระสำคัญ ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าผ่านระบบ อีเมล เว็บไซต์ หรือช่องทางอื่นที่เหมาะสม
- การที่ผู้ใช้บริการยังคงใช้งานระบบหลังจากวันที่ข้อกำหนดใหม่มีผลใช้บังคับ ถือว่าผู้ใช้บริการยอมรับข้อกำหนดที่แก้ไขแล้ว
22. กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท
- ข้อกำหนดฉบับนี้อยู่ภายใต้กฎหมายไทย
- หากมีข้อพิพาทเกิดขึ้น คู่สัญญาจะพยายามเจรจาเพื่อระงับข้อพิพาทโดยสุจริตก่อน หากไม่สามารถตกลงกันได้ ให้เสนอข้อพิพาทต่อศาลไทยที่มีเขตอำนาจ
23. ช่องทางติดต่อ
หากมีคำถามเกี่ยวกับข้อกำหนดนี้ การชำระเงิน การยกเลิกบริการ หรือการใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อได้ที่
- บริษัท: [ชื่อบริษัท]
- อีเมล: [อีเมล]
- โทรศัพท์: [เบอร์โทร]
- ที่อยู่: [ที่อยู่บริษัท]
- เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ประสานงานด้านข้อมูลส่วนบุคคล: [ระบุถ้ามี]